แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลบทอักษรล้วน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลบทอักษรล้วน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ผลงานโคลงกลบทอักษรล้วน มรภ.นครราชสีมา ๖๑



ผลงานโคลงกลบทอักษรล้วนของนักศึกษา มรภ. นครราชสีมา ๖๑






ข้อแนะนำ

ถ้าเนื้อความที่แต่งกับที่ถอดไม่ตรงกัน แม้ว่าจะแต่งได้ส่วนใหญ่ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ยังไม่นับรวมกับความไพเราะ แต่มองได้สามมุมมองคือ 

๑. หนึ่งแต่งได้แต่ขี้เกียจเขียนอธิบาย 
๒. สองแต่งแบบกลอนพาไปไม่คุมเนื้อความ หรือคุมเนื้อความไม่ได้
๓. สามไปลอกเขามาหรือให้เพื่อนแต่งให้

ดังนั้นควรถอดความตามคำประพันธ์ร้อยกรองกับร้อยแก้วให้ตรงตามตัวอักษร และเพิ่มอธิบายศัพท์ด้วย งานนี้จึงให้เต็มไม่ได้นะ แก้ตัวกับงานชิ้นต่อไป ส่วนงานนี้ส่งแล้วส่งเลย ไปต้องเอากลับไไปแก้แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

กลบทอักษรล้วน



กลบทอักษรล้วน 
๑. ส่วนใหญ่ใช้แต่งบทชมธรรมชาติ คำที่ใช้ มักเป็นคำโดด ทั้ง ไทย จีน เขมร มอญ แขก ฝรั่ง ฯ
๒. ในแต่ละวรรค หรือบาท (สำหรับโคลง) เล่นสัมผัสอักษรตัวเดี่ยวกันทั้งหมด
๓. รักษาสัมผัสบังคับตามฉันทลักษณ์ไว้ตามชนิดของบทร้อยกรอง
๔. เฉพาะคำประพันธ์ที่แต่งด้วยกลอนที่ไม่ใช่กลอน ๔ ไม่ควรลงท้ายด้วยคำตาย (คำที่สะกดด้วย แม่กก, กด, กบ) ที่พยางค์สุดท้ายของวรรครับ และส่ง โดยพยางค์สุดท้ายของวรรครับควรเป็นเสียงสูง ส่วนวรรคส่งต้องเป็นเสียงต่ำ (เฉพาะกลอนเท่านั้น) 
๕. โดยทั่วไปสัมผัสบังคับมักใช้ แม่ ก กา สระอี, ไอ, อา เพื่อให้แต่งต่อง่าย ๆ แต่ถ้าหาคำสัมผัสสระได้ก็ไม่จำเป็น
๖. กรณีภาษาไทยมาตรฐานหรือภาคกลางไม่มีคำใช้ ใช้ภาษาถิ่น คำยืมภาษาต่างประเทศได้ หรือคำแปลงได้บ้าง ถ้าเข้ากับเนื้อความ แต่ต้องอธิบายศัพท์ต่อท้ายไว้ ทุก ๆ ครั้ง


ภาพใบไม้สีทอง หรือ ย่านดาโอ๊ะ เป็นไม้เถาขนาดใหญ่ ใบอ่อนมีมีขนสีน้ำตาลแดง หรือขนสีทองแดง


ภาพต้นทองกวาว ,ก๋าว,ทองต้น , จอมทอง, จ้า หรือดอกจาน (พบทุกภาคในประเทศไทย)
................
๑) แต่งเป็นกลอนเก้า (กลอักษรล้วน)



๐ ลิงลมล้วน ลงลามเล่น เล็งไล่แล้ว........กลไก่แก้ว เกาะกิ่งกาญจน์ กู่เกี่ยวใกล้
ช้างชวนชอบ ชิดชลชง ชนชิงชัย..............เต่าตื่นไต่ ตกต่ำเต้า ตูดติดตม
๐ บุ้งบนบก แบ่งใบบอน บางบ่นบ้าง.........เสือสิงห์สาง สาบสุดไศล์ สื่อสบสม
ดูเดียร์ดาว เด่นดวงดอก ดังเด็ดดม.......... ไคลคลาคม ครู่ค้างคาวครวญค่ำเคย ฯ|~

(By M. Rudrakul)

๒) แปลงเป็นกาพย์ยานี (กลอักษรล้วน)



๐ ลิงลมลงไล่แล้ว.............กิ่งไก่แก้ว เกาะกู่ใกล้
ช้างชิดชลชิงชัย................เต่าตื่นตกตูดติดตม ฯ
๐ บุ้งแบ่งใบบอนบ้าง.........เสือสิงห์สางสาบไศล์สม
ดังเดียร์ดาวเด็ดดม.......... ไคลคลาค้างคาวค่ำครวญ ฯ|~

(By M. Rudrakul)

๓) แบ่งเป็นโคลงสี่สุภาพ (กลอักษรล้วน)



๐ ลิงลมลงไล่แล้ว..................ลงลา ลามเล่น
กุมกิ่งกาญจน์ไกลกา.............ไก่แก้ว 
ช้างชนใช่ชินชา.....................ชลชื่น ชิดชัย
ตราบเต่าตกติดแต้ว...............ตื่นใต้ตูดตม ฯ

๐ บางใบบอนแบ่งบุ้ง............บนแบว บกบอก
เสือสบสิงห์ไศล์แสว.............สาบไส้
ดูเดียร์ดั่งแดแดว..................ดมเด็ด ดาวใด
คราวค่ำคิดคลาไคล้.............คาบค้างคาวครวญ ฯ|~

(By M. Rudrakul)


ภาพลิงลม หรือนางอาย (เคลื่อนไหวช้าเวลากลางวัน แต่เป็นเลี้ยงลูกด้วยนมที่มีพิษที่ข้อศอก และน้ำลาย) 

ถอดความ : 

เห็นนางอายต่างลงมาจากต้นไม้ก็ค่อยมองไล่ 
ทั้งไก่ฟ้าพญาลอ ก็จับกิ่งไม้ทองร้องอยู่ใกล้
ตอนนั้นช้างก็ชนกันสู้อยู่ริมฝั่งน้ำ 
ทำให้เต่าที่ไต่ขึ้นมาตกใจตกลงไปจนตูดของมันปักลงไปในโคลนตม
ส่วนหนอนบุ้งที่อยู่บนบกก็กินใบบอนจนบางลงไปบ้าง 
เสือและสิงห์ร้ายในป่าก็ทิ้งกลิ่นสาบไว้ตามโขดหินที่มันไป
เพื่อดูกวางดาวที่มีลายดุจดวงดอกไม้ที่เด็ดดมได้
จำต้องดำเนินจากไปในครู่เดี๋ยวเดียวก็ค่ำเพราะได้ยินเสียงค้างคาวร้องดังเคย

ภาพไก่ฟ้าพญาลอ (ไก่สายพันธุ์จำพวกนกกระทาและไก่ฟ้า พบทางภาคเหนือ อีสาน ลาว กัมพูชา ฯ)



ภาพไก่ฟ้าหน้าเขียว (พบทางภาคใต้ มาเลเซีย บอร์เนีย และหมู่เกาะสุมาตรา)

ศัพท์
ลิงลม = นางอาย
ไก่แก้ว = ไก่ฟ้าพญาลอ เป็นพันธุ์ไก่ป่าชนิดหนึ่ง
สาง = กลิ่นศพ ในที่นี้หมายถึงกลิ่นซากสัตว์ที่ถูกเสือและสิงห์กินติดตามโขดหิน
ไศล์ (อ่าน ไส) = ไศล (สะ-ไหล) แปลว่า โขดหิน, ศิลา, หินขนาดใหญ่
กู่ = ในที่นี้ใช้ในความหมายว่า "เสียงร้องดังให้รู้ว่าอยู่ที่ไหน"
บุ้ง = หนอนบุ้ง
เดียร์= deer แปลว่า "กวาง"
คม = คมนาคม , ไป
............ศัพท์เพิ่มเติมสำหรับโคลง........
แสว = แส่วหนี, หนีไป
แดว = กระแด่ว , ดิ้นอยู่กับที่
แด = ดวงแด, ดวงใจ, หัวใจ
ดั่งแดแดว = หัวใจที่เหมือนดิ้นอยู่กับที่ , ใจเต้น ในที่นี้หมายถึงเสือ และสัตว์นักล่าเห็นกวางดาวแล้วใจเต้นอยากเข้าไปจับเอามากิน
แต้ว = แต้วแร้ว, นกชนิดหนึ่ง 
แบว= บ้องแบ็ว, มีหน้าตาพิลึก ในที่นี้หมายถึงใบไม้ที่ถูกหนอนกินจนดูเหมือนมีหน้าตาผิดไปจากเดิม
สาบไส้ = กลิ่นสาบเหม็นเข้าไส้, กลิ่นสาบเหม็นมาก
คลาไคล้ = คลาไคล, ดำเนินไป, ไป

ภาพหนอนบุ้ง หนอนแก้ว หรือร่าน (มีหลายสายพันธุ์เป็นหนอนผีเสื้อชนิดหนึ่งขนขึ้นตามตัวมีพิษ) 
..........
หมายเหตุ

กลอนเก้า

มีปรากฏในกลบทศิริวิบุลกิตติ สมัยอยุธยาตอนปลาย แต่สมัยต่อมาไม่ได้รับความนิยมแต่งมากเท่ากลอนแปด แต่กวีบางท่านเช่น ท่านพุทธทาสภิกขุ ก็แต่งกลอนเก้าเพื่ออธิบายหัวข้อหลักธรรมในพุทธศาสนาบาง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคำบาลีสันสกฤตบางคำแยกออกจากกันไม่ได้ จึงทำให้คำประพันธ์บางบทเข้าลักษณะของกลอนเก้ามากกว่า

ความจริงตั้งแต่ กลอนแปดขึ้นไป ลักษณ์ฉันทลักษณ์ไม่ได้ต่างกันมากนัก จำนวนพยางค์ก็ลื่นไหลได้ตั้งแต่ แปดพยางค์ถึงสิบเอ็ด สิบสองพยางค์ ถ้าคำที่ใช้เป็นคำบาลีสันสกฤตที่ตัดทิ้งไม่ได้ โดยคำนึงถึงความไพเราะเป็นสำคัญ

ในบางครั้งจึงเห็นกลอนเก้าก็แต่งปน ๆ อยู่กับกลอนแปด หรือกลอนแปดที่มีพยางค์แต่ละวรรค เป็นเก้าบ้าง เจ็ดบาง สิบบ้าง ฯ เป็นปกติ (ขึ้นอยู่กับความไพเราะอีกนั้นแหละ)


ภาพนกแต้วแร้ว หรือแต้วแล้ว (สีสวยงาม ชอบทำรัง กระโดด เดินบนพื้นดินในป่า แต่บินได้ในระยะสั้น)
ที่มา http://tryanimal.blogspot.com/p/blog-page_73.html