แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคลง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โคลง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

โคลง ๔ ตรีพิธพรรณ (วัชรสัตว์)

ภาพวัชรปาณีปางปกติและปางปราบมาร หรือปางดุร้าย ตามความเชื่อ อินเดีย ธิเบต จีน ญี่ปุ่น และเขมรโบราณ (ขอม)


ภาพแผนผังโคลงตรีพิธพรรณ
ที่มา http://www.watmoli.com/poetry-chapter4/supharp/4112.html


๐ วัชรสัตว์อ้าง.............อินทรา องค์ฤา
พิทักษา กุศล................ก่อสร้าง
โพธิสัตว์ธรรมา.............มากเลิศ บุญแล
ขวา, วชิระข้าง..............จ่อจ้องจำลักษณ์ ฯ|

๐เฉกศักรินทร์รุ่งฟ้า.......วัชระ ถือนา
ผจญอสูรสัตว์.................สุขให้
ตรีโพธิสัตวะ..................วอนรักษ์ โลกแล
วัชรปาณิไซร้.................หนึ่งอ้างนับถือ

(By M. Rudrakul)

หมายเหตุ:

๑. มีการใช้คำตายแทนรูปเอก
๒. แต่เดิมแรกสุดวัชรปาณี หรือวัชรโพธิสัตว์มหาสัตว์ หรือวัชรสัตว์ (วัชรสัตตวะ - ในภาษาสันสกฤตพุทธศาสนา) คือพระอินทร์ในศาสนาฮินดู แต่ต่อมาเมื่อพุทธศาสนารับเข้ามาใส่พุทธศาสนามหายานจึงได้กลายเป็นพระโพธิสัตว์ผู้เคียงข้างกับพระพุทธเจ้าศากยมุนี (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ตนหนึ่ง และเป็นเจ้าสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นราชาพวกเทวดา และคนธรรพ์ แต่ต่อมาเมื่อมีการยกว่าพระโพธิสัตว์อยู่สูงกว่าเทพฮินดูจึงมีการสร้างตำนานว่า วัชรปาณีเป็นผู้สังหารพระมเหศวรปางหนึ่งของพระศิวะ เช่นเดียวกับรูปปั้นพระมัญชุศรีกระทืบพระคเณศ และอาจจะด้วยอิทธิพลของศาสนาไชนะด้วยส่วนหนึ่งที่นับถือเรียกพวกเทวดาว่ายักษ์ สมัยต่อมาจึงว่า วัชรปาณีเป็นราชาพวกยักษ์ ก็ไม่แปลกเพราะท้าวกุเวรและยักษ์ทั้งหลายในตำนานอินเดียเป็นพวกของเทวดา ส่วนพวกอสูรเป็นพวกเดียวกับรากษส (ทศกัณฐ์เป็นราชาพวกรากษส Vampire หรือผีปอบแขก ไม่ใช่ยักษ์ในเรื่องรามายณะทุกสำนวนในอินเดีย) วัชรปาณีมักปรากฏเคียงคู่กับพระมัญชุศรี และปัทมปาณี (ปางหนึ่งของอวโลกิเตศวร) ซึ่งน่าจะมีนัยสำคัญกับพุทธศาสนามหายาน นิกายวัชรยาน (ที่มีความเชื่อเรื่อง "การตรัสรู้แจ้งได้ฉับพลันเร็วดุจสายฟ้าฟาด" และมีการผสานเทพฮินดูจำนวนมากมาเป็นโพธิสัตว์ในพุทธศาสนามหายาน พร้อมกับลัทธิตันตระ ยันตระ และมันตระ)
๓. คนที่แปล wiki มาก็จะแปลแต่ว่า วัชรปาณีเป็นยักษ์ตนหนึ่งเท่านั้นเนื่องจากไม่อ่านเนื้อความภาษาอังกฤษทั้งหมด
In early Buddhist legends, Vajrapāni is a minor deity who accompanied Gautama Buddha during his career as a wandering mendicant. In some texts he is said to be a manifestation of Shakra (ท้าว "ศักระ"), king of the Traayastrimsha (ตรายสตรึศะ ไทยใช้ "ไตรตึงษ์") heaven of Buddhist and Hindu cosmology and god of rain as depicted in the idols of the Gandharva. As Śakra, it is said that he was present during the birth of Tathagata. As Vajrapāni he was the god who helped Gautama escape from the palace at the time of his renunciation. When Sakyamuni returned from Kapilavastu (กบิลวัสตุ ไทยใช้ "กรุงกบิลพัสดุ์") he is stated to have assumed eight forms of devas who escorted him.

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

กาพย์ห่อโคลง

กาพย์ห่อโคลง: ความสามัคคี (กาพย์ยายี ๑๑ + โคลงสี่สุภาพ) สัญลักษณ์


กุหลาบสีเหลืองสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ

๐ กุหลาบเหลืองอร่ามเรือง..........ปลุกปลูกเฟื่องฟูฟองใจ
อุ่นดินรับรักษ์ไว้...........................ร่วมรดรู้มิตรสามัคคี

๐ กุหลาบอร่ามหล้า...................เลือมเหลือง
ฟูเฟื่องฟองใจเจือง....................ปลุกไว้
แดดินอุ่นรักเรือง........................รองรักษ์
สามัคคีครองไซร้........................รดรู้มิตรเอย

(By M. Rudrakul)

ถอดความ

กุหลาบสีเหลืองสดน้ำมาปลูกเลี้ยงในหัวใจ ซึ่งมีดินในหัวใจที่อบอุ่นคอยรักษาไว้ ด้วยการรดน้ำแห่งความสามัคคีและมิตรภาพของพวกเรา

ศัพท์
แดดิน = ดวงแด (ใจ)+ดิน หมายถึงดินในหัวใจ
เลือมเหลือง = เลื่อมเหลืองสดใสเงางาม
ฟูฟองใจ = ฟูใจ หมายถึง เติมเต็มความรู้สึกดีให้กับหัวใจ
รักษ์ = รักษา
เจือง = เมือง มาจากคำว่า เชียง ในภาษาไท-ยวน ซึ่งมีผู้สันนิษฐานว่ามาจากคำจีน ออกเสียง เจง /เฉิง 城 แล้วยืมมาในภาษาไท-ลาว ว่า เจือง แปลว่า "เขต , ดินแดน" เช่น วรรณกรรมเรื่องท้าวฮุ้งขุนเจือง



ที่มา https://ioan17.wordpress.com/2016/05/08/happy-mothers-day-to-all-of-my-sisters-in-christ-daughters-and-daughters-in-love-and-lady-friends/

แนวการแต่ง

๑) หาสัญลักษณ์ที่สังคมรู้จัก เช่น นกพิราบ= สันติภาพ, โรงเรียนสีขาว = ปราศจากยาเสพติด, ดอกฟ้า= สตรีสูงศักดิ์, ขุนแผน= ชายเจ้าชู้ ฯลฯ (ในที่นี้ใช้ กุหลาบสีเหลือง = มิตรภาพหรือความรักระหว่างเพื่อน)

๒) สัญลักษณ์นั้น ๆ มาสร้างเป็นประโยค จากนั้นนำประโยคนั้นมาแต่งเป็นกาพย์ยานี ๑๑ เช่น
-กุหลาบสีเหลืองคือมิตรภาพระหว่างเพื่อน
-กุหลาบสีเหลืองปลูกไว้ในสวน กับเพื่อนสร้างมิตรภาพ
-กุหลาบสีเหลืองปลูกไว้ในสวนหัวใจ กับเพื่อนสร้างมิตรภาพ
-กุหลาบสีเหลืองปลูกไว้ในสวนหัวใจ กับเพื่อนต้องรดน้ำ สร้างมิตรภาพ

๓) จัดเรียงเป็นกลอนเปล่า
- กุหลาบสีเหลือง... - ปลูกไว้ในสวนหัวใจ
- กับเพื่อน..............? - ต้องรดน้ำสร้างมิตรภาพ

๔) เติมคำในท่อนที่น้อยหรือช่องที่หายไป ในที่นี้เติม "ดิน" เพราะปลูกต้นไม้ในดิน และรดด้วยน้ำ
- กุหลาบสีเหลืองงามอร่าม........... - ปลูกไว้ในหัวใจ
- หัวใจมีความอบอุ่นคือดิน.............- รดน้ำกับเพื่อนสร้างมิตรภาพ

๕) จัดเรียงตามฉันทลักษณ์กาพย์ยานี

๐ กุหลาบเหลืองอร่ามเรือง..........ปลุกปลูกเฟื่องฟูฟองใจ
อุ่นดินรับรักษ์ไว้...........................ร่วมรดรู้มิตรสามัคคี

๖) จัดเรียงกาพย์ใหม่เตรียมแต่งเป็นโคลงสี่
- กุหลาบเหลืองอร่ามเรือง
- ปลุกปลูกเฟื่องฟูฟองใจ
- อุ่นดินรับรักษ์ไว้
- ร่วมรดรู้มิตรสามัคคี

๗) จัดเรียบเรียงใหม่ตามฉันทลักษณ์โคลงสี่ที่บังคับเอกโท โดยนำเนื้อความในหนึ่งวรรคของกาพย์ มาแต่งเป็นหนึ่งบาทของโคลงสี่ อาจจะขยายความขึ้นเล็กน้อยแต่พยายามไม่ให้ออกนอกเรื่อง

- กุหลาบอร่ามหล้า......................เลือมเหลือง
- ฟูเฟื่องฟองใจเจือง....................ปลุกไว้
- แดดินอุ่นรักเรือง........................รองรักษ์
- สามัคคีครองไซร้........................รดรู้มิตรเอย

เป็นต้น

หมายเหตุ :


สัญลักษณ์ (Symbol) เป็นการเปรียบเทียบโดยใช้คําแทนสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรม โดยคำที่เป็นสัญลักษณ์มักเป็นสิ่งที่เป็นสากลและคนทั่วไปในสังคมรับรู้เข้าใจร่วมกัน (ไม่ใช่สัญญะ หรือวาทกรรมที่กวีพึ่งคิดขึ้นเอง)


...........

ตัวอย่างขับกาพย์ห่อโคลง